คำชะโนด เกาะมหัศจรรย์ที่ไม่เคยใครพิสูนจ์เรื่องราวความลับได้เลย

คำชะโชน
คำชะโชด

คำชะโนด คำชะโนด วังน้ำเขียว เมืองพญานาคที่ผู้คนต่างหลั่งไหลไปขอพร

คำชะโนด คำชะโนด อุดรธานี ว่ากันว่าเกาะ แห่งนี้ไม่จมน้ำ มามากกว่า 100 ปี เชื่อกันว่า เป็นเกาะที่เชื่อม ต่อระหว่างโลกมนุษย์ กับโลกเมืองบาดาล เป็นดินแดน ที่เมื่อพูดถึงหลายๆ คนคงนึกถึง ก็จะต้องนึกว่าดินแดน ลี้ลับและพญานาค โดยที่ว่าตำนาน บอกว่าเกาะแห่งน้ำ ไม่เคยจมน้ำ เพราะ ว่ามีพญานาค

คอยปกปัก รักษาอยู่ ป่าคำชะโนด หรือ วัดศิริสุทโธ อยู่ที่ อำเภอบ้านดุง จังหวัด อุดรธานี มีลักษณะคล้ายกับ เกาะคล้ายกับ เกาะโดดเดียวตั้ง อยู่กลางทุ่งมีน้ำล้อม รอบมีเนื้อที่ประมาณ 20 กว่าไร่ มีต้นไม้ ชนิดหนึ่ง ขึ้นอยู่รายล้อม เกาะคือต้นชะโนด คำชะโนด เปิดไหม คำชะโนด นั้นจะเปิดเป็นช่วงๆ ให้ผู้คนได้เข้าชม และ ปิดเพื่อปรับปรุง ว่ากันว่า เวลาเราเดิน

เข้าไปภาย ในเกาะจะรู้สึก ถึงอากาศที่เย็น สบายราวกับติดแอร์ว่า กันว่าเป็นเกาะ ที่ไม่มีว่าจม ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2519 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในที่ราบลุ่ม แม่น้ำโขงแต่น้ำ ไม่ท่วมคำชะโนดร่วม ไปถึงพื้นที่บ้านดุง เช่นกัน ในอดตึเกาะคำชะโนด เป็นเกาะที่ไม่มีสิ่ง ปลุกสร้างใดๆเลยนอก จากศาลเจ้าศิริสุทโธ เป็นศาลเล็กๆ เพื่อชาวบ้านได้ กราบไหว้บูชา

และชาวบ้านในสมัย ก่อนก็เรียกเกาะแห่ง นี้ว่าเกาะลอยน้ำ และ เรื่องราวลึกลับ มหัศจรรย์เหล่านี้ แหละที่ทำ ให้มีนักวิชาการ หลายท่านพยายามเข้า ไปศึกษาและก็สืบ ค้นข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะไข้ปริศนา ว่าทำไมเกาะเล็กๆ แห่งนี้ทำไมถึงลอยน้ำ และ รอดพ้นจะปันหาอุทกภัยต่างๆ ได้ตลอด และ นักวิชาการได้ค้นพบว่า เกาะแห่งนี้ไม่ได้ เชื่อมติดกับแผ่นดิน

และ มีลักษณะ แปลกไปจากเกาะแห่ง อื่นเนื่องจากเกาะ แห่งนี้ไม่ได้เชื่อม กับแผ่นดินแต่ กับลอยอยู่เหนือผิวน้ำแทนเมื่อถึง เวลาน้ำมีปริมาณมาก ขึ้นเกาะก็จะลอยขึ้น ตามปริมาณน้ำ และ เมื่อถึงเวลาน้ำลดลง เกาะก็จะเคลื่อนต่ำลงตามปกติจากการศึกษาพบว่าเกาะแห่งนี้เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตย์มายาวนานกว่า 100 ปี และคุณลักษณะ

ของลากชะโนด ที่เป็นไม้สัญลักษณ์ ของเกาะแห่งนี้ ก็จะมีสัญลักษณ์ ที่แพร่ออกไปเป็นแนวนอก และ เกี่ยวกันไว้และพะยุง เกาะให้ลอยน้ำได้นั้นเอง และ ในที่สุดก็ไม่นักประดาน้ําดำน้ำลงไป พิสูนจ์ว่าใต้เกาะนั้น พื้นดินติดกับแผ่นดินหรือไม่ซึ่งม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อนเพราะชาว บ้านเชื่อกันว่ารอบๆ เกาะมีจระเข้คอยปรกประรักษา อยู่บริเวณรอบๆ

เกาะ และ ยังมีคําร่ําลือ อีกว่าถ้าหากข้าไป ยังใจกลางของ เกาะคำชะโนดได้ก็จะพบกับประตูสู่เมืองบาดาล และ นักปะดาน้ำก็พยายามดำลงไป ให้ลึกที่สุดเพื่อ ที่จะพิสูจน์คำรำลือ แต่แล้วยังดำลึกลง ไปยิ่งพบว่ารากไม้ นั้นเกี่ยวพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ และ มีทีมงานคนหนึ่งโดยราก ไม้รั้งขาเอาไว้ ด้วยทีมงานนักปะดา น้ำเล่าว่า รากไม้ที่รั้งขาเขาเอาไว้นั้นมีลักษณะคล้ายกับงู ทำให้ความตื่นตระหนกและต้องล่าถอยกันก่อน

ถึงแม้การลงไปสำรวจจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเมืองบาดาลอยู่จริงหรือไม่ แต่ก็สมารถพิสูนจ์ได้อย่างหนึ่งว่า ลักษณะของเกาะนั้นเบา พื้นที่ส่วนใหญ๋เกิดขึ้นจากการทับถมของซากพื้นซากสัตย์รวมไปถึงรากของต้นชะโนดที่แพร่ออกไปอุ้มแผ่นดินเอาไว้ จนทำให้เกาะแห่งนี้ไม่เคยจมน้ำมานานกว่า 100 ปี จนในที่สุดเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา

เมื่อเกาะที่ไม่เคย จมน้ำมาหลายร้อยปี ไม่อาจต้านทาน ภัยพิบัติของ พายุลูกใหญ่ได้ ส่วนหนึ่งมาก สิ่งก่อสร้างจากมือ เรานี้เองที่ทำขึ้นจากคอนกรีต ทำให้เกาะมีน้ำหนัก ที่เพิ่มมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งชาวบ้าน เชื่อกันว่าการ ที่ผู้คนเข้าไปสร้าง และ ทิ้งขยะมากมาย และ ต่างพากันไป

ป่าคำชะโนดกับเรื่องราวผีจ้างหนังที่ยังหาคำตอบกันไม่ได้มามากกว่า 28 ปี

ขอเลขขอหวย มีแต่ความอยาก ได้อยากมีผู้คนมากมาย หลั่งไหลไปที่เกาะ ทำให้ไม่ต่างจาก คนในเมื่อก่อน ที่ไปด้วยจิตที่สงบพยาญาคเลยคล้ายมนต์ ที่ค่อยที่ทำให้เกาะไม่จม น้ำออก เลยเกิดความ เสื่อมในที่สุด คำชะโนด ส่าสุด มีเรื่องเล่าที่ทำให้คำชะโนดโด่งดัง

ไปทั่วไปประเทศคือผีจ้างหนัง วันที่เกิดเหตุนั้นเป็นวันที่ 20 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2531 มีชายผู้หนึ่งชื่อนายจำปีทอง มาที่บริษัทแจ่มจันทร์ภาพยนต์ เพื่อจ้างให้ไปฉายหนังกลางแปรงจำนวนทั้งหมด 4 เรื่อง และ ให้ไปฉายที่คำชะโนดในวันที่ 29 มกราคม ปี พ.ศ. 2532 และมีข้อแม้ว่าต้องฉายให้จบภายในตี 4 ของวันใหม่ และ ให้ออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง

และห้ามหลังกลับมามอง และ ว่าจ้างกันในราคา 4 พันบาท นายจำปีได้วางมัดจำไว้ 2 พันบาท และคุณธงชัยเจ้าของบริษัทก็ได้เป็นรับสัณญาว่าจ้างด้วยตัวเอง พอถึงวันที่นัดกันไว้ ลูกน้องของคุณ ธงชัยก็เตรียมข่าวของเพื่อออกไปฉายหนังทำคำชะโนด พอถึงที่หมายคนฉาย

ก็ต้องแปกลใจ เพราะ ไม่มีเสียงของงานวัด เลยแต่สถานที่ๆ คนนำพามาก็เลย ตัววัดออกมาอีกประมาน 3 กิโลเมตร ที่ๆนั้นก็คือ ป่าคำชะโนดนั้นเอง ระหว่างทางนั้นเงียบ และ มืดมาพอถึงแปลก ก็ตั้งประหลาดใจที่มี คนยืนรออยู่มากมาย ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ เพราะ ตอนที่เข้ามาไม่คิดว่าจะมีชุมชนที่มีขนาดใมหญ่เช่นนี้แปลกกว่านั้นคือทุกคนจะใส่เสื้อสีขาว

กับสีดำ ถ้าเป็นผู็ชายก็จะใส่เสื้อสี ขาว และ ผู้หญิงก็จะใส่สีดำแยก ให้เห็นกันชัดเจน ทุกคนจะปะแป้งหน้าขาว กันทุกคนยิ่ง ทำให้คนฉายหลอนเข้าไปใหญ่ และ คนฉายหนัง คนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า คงเป็นประเพณีของ ทำที่นี้ทำให้ทุก คนไม่คิดอะไรมาก พอถึงเวลาฉายหนัง ชาย และ หญิงจะนั่งแยกกันชัดเจน ไม่นั่งรวมกันอีกทั้ง จะนั่งแยกผู้ใหญ่ กับเด็กอีก

ด้วย ปกติของงานวัด แล้วจะมีแม่ค้าแม่ขาย มาขายน้ำขายปลาหมึกย่าง แต่กับที่นี้ไม่มี แม่ค้าแม้แต่คนเดียว พอถึงเวลา ฉายหนังบรรยกาศกับ เป็นไปด้วยความเงียบ ไม่มีเสียงการพูดคุย ของผู้ชม ไม่มีการแสดงของ อารมสนุกสนาน หรือ เต้นตื่นกับหนังเลย พอถึงเรื่องตลก ปกติของที่อื่น ขำกันแต่กับที่นี้ไม่มี ใครแสดงอารมออกมาเลย แม้แต่คนเดียว

ทั้งที่มีคน ดูอยู่เติมพื้นที่ แต่กับมีแค่เสียง หนังให้ได้ยินบรรกาศ จึงน่ากลัวเอามากๆ พอถึง ตี 4 ได้มีชายคนหนึ่ง มาบอกให้เลิก ฉายหนังทางคนฉาย ก็ต้องปฎิบัติตาม และมีผู้หญิงสองคนอาสา ออกมาส่งพอ ถึงหน้าวัดผู้หญิงสอง คนนั้นก็ขอตัวกลับบ้าน แค่พูดถึง คำว่ากลับทั้งสอง ก็หายตัวไปไม่รู้ว่า ไปทางไหนเมื่อ สังเกตุดูเห้นเพียงรอย จักรยานหายเข้าไป ในต้นไม้เพียงเท่า นั้นเรื่องราวทั้งหมดนี้ ผ่านมาแล้ว 28 ปี

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *