พระสันตะปาปา พระสันตะปาปาคือใครและมีขั้นตอนอะไรบ้างกว่าจะได้เป็น???

พระสันตะปาปา
พระสันตะปาปา

พระสันตะปาปา ใครบางที่มีสิทธิ์ในการเป็นพระสันตะปาปา

พระสันตะปาปา ตำแหน่งพระบาทสมเด็จพระสันตะปาปา หรือ Pope คือตำแหน่งประมุขแห่ง คริสตจักรคริสตจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สืบทอด มาจากนักบุญ sint peter ตำแหน่งนี้เป็น ตำแหน่งที่พระเยชูทรงแต่งตั้ง ให้กับsint peter หลังจากนั้นตำแหน่ง ก็มีการสืบทอดมาเรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงพระบาทสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบัน นั้นเองซึ่งองค์ปัจจุบันนับ เป็นองค์ที่ 266 และ ตำแหน่งนี้ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง ประมุขแห่งคริสตจักรคริสตจักร เท่านั้น อีกตำแหน่งที่เพิ่มขึ้น มาคือประมุขสูงสุด แห่งนครรัฐวาติกันๆ

ก็ถือเป็น นครรัฐเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในอิตตาลี เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลาง ของคริสตจักรคริสตจักรโรมันคาทอลิก ในโลกนั้นเอง ทีนี้เรารู้แล้วว่าใคร คือ พระสันตะปาปา ว่าแต่ใครบ้าง ที่มีสิทธิ์ขึ้นมาเป็นพระสันตะปาปา มีคุณสมบัติอยู่ 2 ข้อด้วยกันสำหรับ ผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะเป็นพระสันตะปาปา คือ 1.ต้องเป็นเพศชาย 2.ต้องนับถือศาสนาคริสนิกายโรมันคาทอลิก ตามกฎแล้ว พระสันตะปาปา อยู่ที่ไหน

ผู้ชายที่นับถือศาสนาคริสนิกายโรมันคาทอลิกก็สามารถขึ้นมาเป็นพระบาทสมเด็จพระสันตะปาปาได้ทั้งสิ้น เราจะรู้ได้ยังไงว่าคนๆนั้นนับถือศาสนาคริส นิกายโรมันคาทอลิกคนๆนั้นต้องรับศีลล้างบาป หรือ พิธีล้างบาปกำเนิดนั้นเอง เพราะว่าศาสนาคริสนิกายโรมันคาทอลิกเชื่อว่าคนเรานั้นเกิดมาล้วนแต่มีบาปติดตัว จึงต้องเข้ารับศีลตัวนี้เพื่อที่จะชำระล้างบาปออกไป และ ใครที่มีคุณสมบัติที่ว่ามาก็สามารถขึ้นมาเป็นพระบาทสมเด็จพระสันตะปาปาได้ ตามกฎ แต่ใน

พระสันตะปาปา

ทางปฏิบัติจริง ตั้งแต่ ค.ศ.1378 ไม่มีใครได้ขึ้นมาเป็น พระสันตะปาปาได้ก่อนที่จะตำแหน่งๆหนึ่งก่อนนั้นก็คือพระคาร์ดินัล เป็นกฎที่ไม่ได้บัญญัติไว้แต่ก็เป็นกฎที่รู้ๆกันหรือเป็นทำเนียมก็ว่าได้ซึ่งถ้าถามว่าพระคาร์ดินัลคืออะไร พระคาร์ดินัลคือผู้ที่สมศักดิ์ ชั้นสูงสุดรองจาก พระสันตะปาปา ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพระสันตะปาปา ในการปกครอง ศาสนาคริสนิกาย โรมันคาทอลิก

และ พระคาร์ดินัล ก็มีสิทธิ์เลือก พระสันตะปาปานั้นเอง กว่าคนๆหนึ่งจะขึ้นมาเป็นพระคาร์ดินัล นั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ขั้นตอนแรกสุดเลยคือ ต้องเป็นบาตรหลวงก่อนคำถามต่อมาคือ คนธรรมดาๆ จะขึ้นมาเป็น บาตรหลวงได้ยังไง  คือ คนผู้นั้นต้องมีเพศชาย และ ต้องตั้งใจมั่นว่าอยากจะเป็นนักบวชในศาสนาคริสนิกายโรมันคาทอลิกและต้อง ตั้งใจด้วยว่าจะเป็นโสดไปตลอดชีวิต พระสันตะปาปา องค์แรก

จะไม่แต่งงานและต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศอีกต่อไป ในนิกายโรมันคาทอลิกนั้นค่อนข้างจะจริงจังหลายครั้งต้องการใบปริญญาด้วย และเรียนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาด้วย เพื่อที่จะได้ความรู้ไปประกอบกับการเป็นบาตรหลวง เช่น เรื่อง เทววิทยา ปรัชญาคาทอลิก เป็นต้น จะมีทั้ง ปริญญาตรี และ ปริญญาโท เลยทีเดียว หลังจากที่เรียนรู้อะไรต่างๆตามที่โบส์แต่ละแห่งต้องการแล้วก็ต้องเข้าศีลบวช หรือ ศีลอนุกรรมขั้นบาตรหลวง พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 มาไทย

เพื่อที่จะบวชเป็น บาตรหลวงและ บาตรหลวงนั้น ก็ มีหน้าที่ประจำอยู่โบส์คิสต่างๆ อาจจะประจำอยู่คนเดียวหรือมากกว่าหนึ่งคนเพื่อ ช่วยกันทำงานซึ่งบาตรหลวงเหล่านี้เราจะเป็นเขาว่าคุณพ่อ (father) หลังจากที่ได้เป็นบาตรหลวงแล้ว ขั้นต่อเป็นที่สูงกว่าบาตรหลวง ก็ คือ Bishop ถามว่าสองตำแหน่งนี้ต่างกันอย่างไร ระหว่าง บาตรหลวงกับ Bishop บาตรหลวงส่วนมาก พระสันตะปาปา pantip

จะอยู่ในโบส์ ส่วน Bishop จะอยู่ใน มหาวิหารนั้นเอง นอกจาก Bishop จะอยู่ในมหาวิหารของตัวเองแล้วก็ยังมีหน้าที่ดูแล บาตร บริเวณรอบๆมหาวิหารด้วยถามว่ายังมีความแตกต่างอีกไหมอีกหนึ่งอย่างคน บาตรหลวง ในนิกายโรมันคาทอลิกมีอยู่ ราวๆ 4 แสนคน ส่วน Bishop ที่ตำแหน่งสูงกว่ามีอยู่ 5 พันคน ใครที่อยู่บวชเป็นบาตรหลวงก็ย่อมบวชได้ แต่ การที่จะขึ้นมาเป็น Bishop

นั้นต้องรอให้ตำแหน่ง Bishop ว่างสะก่อน เช่น ในกรณี มีคน เกษียณ หรือ ตาย ตำแหน่งก็จะว่างแต่ก็ใช้ว่าใครจะขึ้นมาเป็น Bishop ก็ขึ้นได้ เพราะ Bishop มีหน้าที่อยู่หน้าที่หนึ่งที่จะต้องเขียนรายชื่อลับขึ้นมารายชื่อหนึ่ง Bishop จะเขียนรายชื่อ บาตรหลวงที่อยู่บริเณตัวเองไว้ ซึ่งเขาจะทำรายชื่อนี้ทุกๆ 3 ปี ถามว่าใครบ้างที่จะมีสิทธิ์ มีรายชื่ออยู่ในนั้น คนที่จะมีสิทธิ์คือ 1.ต้องมีอายุมากกว่า 35 ปี 2.เป็นบาตรหลวงมาไม่น้อยกว่า 5 ปี และที่สำคัญ

จะต้องจบปริณญาเอก หรือ PHD ในด้าน เทววิทยา หรือ ว่าเทียบเท่า Bishop ก็จะมองหน้าคนเหล่านี้และเขียนรายชื่อเอาไว้ ทุก3ปี Bishop ก็จะส่งรายชื่อไปให้คนๆ หนึ่งที่เป็นตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระสันตะปาปาที่อยู่ในแต่ละประเทศ ถ้าเกิดตำแหน่ง Bishop ลง ตัวแทนของ พระสันตะปาปาก็จะกลับไปดูที่รายชื่อเหล่านั้นเพื่อเลือกมา 3 คน หลังจากที่เลือกได้แล้วก็จะทำการสืบค้นประวัติ หรือ เช็คประวัติ เช่น การศึกษา การาดูแลชุมชน

เป็นต้นและก็จะมีการเรียกสัมภาษณ์ หลังจากสัมภาษณ์ทั้งสามคนแล้วตัวแทนของพระสันตะปาปาก็จะส่งข้อมูลไปที่ congress of bishop เพื่อตักสินว่าใครจะได้ขึ้นเป็น bishop คนต่อไป แต่ถ้า congress of bishop ไม่เห็นด้วยกับทั้งสามคนที่เสนอมาก็อาจจะปฎิเสธได้และให้กลับไปทำรายชื่อมาเสนอใหม่ หรือ ถ้าเลือกได้แล้ว ก็ยังต้องส่งรายชื่อไปให้ พระสันตะปาปา

เป็นคนตัดสินเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะได้ขึ้นมาเป็น bishop หรือไม่ การที่จะได้ bishop มาคนหนึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจจะปี แล้วจาก bishop จะขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล ได้ก็มีแค่ พระสันตะปาปาที่มีสิทธิ์แต่งตั้ง จาก bishop ที่มี 5 พันคน พระคาร์ดินัลถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีจำนวนน้อยลงไปอีก คือ มีทั้งหมด 200 ทั่วโลก ซึ่งในไทย มีอยู่ถึง 2 คน สาเหตุที่ตำแหน่งของ พระสันตะปาปาจะว่างลง มีอยู่สองสาเหตุด้วยกันคือ 1. สิ้นพระชน 2.เกษียณ

ถ้าตำแหน่งของ พระสันตะปาปาจะว่างลง ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ภายในไม่กี่วันก็จะมีขบวนการเรียก พระคาร์ดินัลจากทั้งโลกมารวมตัวกันและคนที่จะได้รับเชิญจะต้องมีอายุไม่เกิน 80 ปี พระคาร์ดินัลที่มารวมตัวกันก็จะได้รับกระดาษคนละใบเพื่อเขียนชื่อคน ที่อยากให้เป็นพระสันตะปาปาคนต่อไป เมื่อเขียนเสร็จ ก็พับครึ่งกระดาษแล้วนับกรดาษไปหยอดที่พาชนะ พระสันตะปาปา หนัง

และจะมี พระคาร์ดินัลตำแหน่งพิเศษ ทำหน้าที่อ่านคะแน โหวต และการโหวตนี้ไม่เหมือนการเลือกตั้งคนที่จะได้ขึ้นมาเป็นพระสันตะปาปาจะต้องมีคะแนน โหวค 2ใน3 และถ้าไม่มีใครได้คะแนน 2ใน3 ก็จะทำการโหวตใหม่ วันละ 4 ครั้ง 6วันต่อสัปดาห์เว้นไว้หนึ่งวันเพื่อ สวด ภวนา วนอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ในที่สุด พระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จเยือนไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *