Cruella สาวน้อยอัจฉริยะผู้อาภัพสู่เส้นทางดีไซเนอร์

Cruella

Cruella สาวน้อยผมสองสีที่ ใคร ๆ ก็รักเธอ

Cruella เป็นเรื่องราวของสาวน้อยคนหนึ่งที่ชื่อ เอสเตลล่า ดูผิวเผินเธอก็เหมือนสาวน้อยปกติทั่วไปแต่ เอสเตลล่า มีความโดดเด่นตั้งแต่กำเนิด เธอมีสีผมที่ไม่เหมือนใคร มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ซึ่งรวมไปถึงสไตล์การแต่งตัว ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร นั้นทำให้เธอมักจะถูกมองว่าแปลกแยก และถูกเด็กเกเรแกล้งอยู่บ่อยครั้ง

estella

ในวัยเด็ก เอสเตลล่า มีเพื่อนสนิทที่ชื่อ นิต้า และเธอมีเจ้าบัตดี้ เจ้าลูกหมาที่เธอเก็บมันมาจาก กองขยะในโรงเรียน ในปี 1964 เป็นยุคที่ผู้หญิง ยังไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียง นั้นทำให้ทุกครั้งที่มีเหตุทะเลาะวิวาทกับนักเรียนชาย estella จะเป็นฝ่ายถูกทำโทษอยู่เสมอ

อันที่จริงจะบอกว่า เอสเตลล่าเป็นคนก่อเรื่อง ก็คงไม่ถูกนักเพราะ เอสเตลล่า เธอเป็นเด็ก 2 บุคลิกอีกด้านหนึ่ง ของเอสเตลล่า เธอมีชื่อว่า Cruella

เหตุทะเลาะวิวาททั้งหมดในโรงเรียน เกิดจากเอสเตลล่า ล้วน ๆ ไม่มีเอสเตลล่าผสมแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อ เอสเตลล่า ก่อปัญหาหลายต่อหลายครั้ง จึงทำให้เธอโดนไล่ออกจากโรงเรียน แต่เพื่อไม่ให้มีตำหนิในประวัติของครูเอลล่า แม่ของเธอจึงชิ่งลาออก ก่อนที่ทางโรงเรียน จะไล่ครูเอลล่าออก 

liberty ห้างจัดแสดงสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำของโลก ที่อยู่ในลอนดอน

ครูเอลล่า เจ้าบัตดี้ และคุณแม่ ตัดสินใจย้ายออกจากเมือง และมุ่งหน้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ลอนดอน แต่ครอบครัวของ ครูเอลล่า ไม่ได้มีเงินเก็บมากนัก แม่ของเธอจึงเดินทาง ไปขอความช่วยเหลือ จากคฤหาสน์หรู ที่คุณแม่ได้เคยทำงาน โดยคุณแม่ก็ได้ขอร้อง ให้ครูเอล่ารออยู่ในรถ กับเจ้าบัตดี้ และฝากจี้ห้อยคอ ที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของครอบครัว ให้ครูเอลล่าสวมไว้

ระหว่างที่รอคุณแม่อยู่ในรถ ครูเอลล่าสังเกตเห็น ผู้คนมากมาย เดินทางมายังคฤหาสน์หรู พวกเขาสวมใส่ เสื้อผ้าแฟชั่นสะดุดตา ครูเอลล่าที่ใฝ่ฝัน อยากจะเป็นดีไซเนอร์ เธอหักห้ามใจไม่ให้แอบ เข้าไปในงานไม่ได้

Cruella

ภายในงานคือการจัดแสดง นิทรรศการแฟชั่นโชว์ แต่แล้วครูเอลล่าก็ถูกจับได้ และในขณะที่กำลังจะชิ่งหนี เธอก็ถูกเจ้าดัลเมเชียน 3 ตัวนี้ไล่ตาม ครูเอลล่าสังเกตเห็นคุณแม่กำลังคุยกับใครบางคน

ทันใดนั้น ก็มีเสียงบางอย่าง คล้ายเสียงนกหวีดดังขึ้น ทันทีที่เจ้าดัลเมเชียน 3 ตัว ได้ยินเสียงนั้น พวกมันตรงเข้าหาแม่ของครูเอลล่า จนทำให้เธอเสียหลัก พลัดตกหน้าผา ต่อหน้าต่อตา ครูเอลล่า และเจ้าบัตดี้ ครูเอลล่าไม่มีเวลาให้เสียใจมากนัก เธอรีบหนีออกจากคฤหาสน์ ก่อนที่จะโดนเจ้าดัลเมเชียน 3 ตัวนี้เล่นงาน

ครูเอลล่ากระโดดลงไปในรถขนขยะ มันจึงทำให้เธอ หนีออกมาได้ แต่เธอก็ดันทำจี้ห้อยคอ ที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของแม่ตกอยู่ในคฤหาสน์ด้วย

ในที่สุดรถขยะก็พาครูเอลล่า และเจ้าบัตดี้ มาถึงสวนสาธารณะรีเจ้นท์ ในเมืองลอนดอน ที่ ๆ ครูเอลล่า และคุณแม่วาดฟันไว้ว่า จะมาดื่มชาด้วยกัน

ถ้าเป็นแม่จริง ๆ ถ้าไม่ได้เลี้ยงเรามาความผูกพันนั้นก็ไม่เกิดขึ้นภายในใจ

เอสเตลล่า

เมื่อมาถึง ครูเอลล่า คิดว่าตัวเธอคือต้นเหตุ ที่ทำให้คุณแม่ต้องเสียชีวิต เธอนอนอยู่ในสวนสาธารณะรีเจ้นท์ทั้งคืน และในเช้าวันต่อมาหลังจากตื่นขึ้น เธอก็เจอสองเด็กหนุ่มกับ 1 หมาน้อยนั่นก็คือ แจสเปอร์ ฮอร์ริส และวิ้ง โดยทั้งสามเป็นเด็กกำพร้า ที่คอยขอเศษเงิน และฉกกระเป๋าผู้คนบริเวณนั้น

และทันทีที่เห็นตำรวจ ทั้งสามก็รีบโกยแนบ ครูเอลล่าที่ไม่มีทางเลือก เธอรีบวิ่งตามทั้ง 3 ไปทันที เธอตามทั้ง 3 ไปจนถึงตึกร้างแห่งหนึ่ง เมื่อแจสเปอร์ และ ฮอร์ริส ทราบถึงเรื่องราวอันน่าเศร้า ที่ครูเอลล่าพึ่งเผชิญมา พวกเขาจึงชักชวน ให้ครูเอลล่าอยู่ที่ตึกร้างนี้กับพวกเขา

ครูเอลล่าทำการย้อมสีผม เพื่อปิดบังสีผมที่โดดเด่นแต่กำเนิด เพื่อไม่ให้ตำรวจ ตามตัวเธอได้ ตั้งแต่วันนั้น เธอพยายามไม่ให้ ครูเอลล่าปรากฏตัวออกมา และพยายามดึง เอสเตลล่า ที่เป็นอีกคนออกมาแทน

สาเหตุที่เธอทำแบบนี้ น่าจะเป็นเพราะ เธอรู้สึกผิดที่ครูเอลล่า เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณแม่ตาย และยังมีอารมณ์ที่เกรี้ยวกราด ยากที่จะผูกมิตรกับคนอื่นได้ 10 ปีผ่านไป เอสเตลล่า แจสเปอร์ ฮอร์ริส วิ้ง และบัตดี้ ใช้ชีวิตและหากิน โดยการลักเล็กขโมยน้อย พวกเขาทำงานกันเป็นทีม

แต่ถึงกระนั้น estella ก็ได้ทำสิ่งที่เธอรักตลอด เธอออกแบบ และตัดเย็บชุดต่าง ๆ สำหรับออกปล้น และจากประสบการณ์ ที่สั่งสมมาเป็นสิบ ๆ ปี ก็ทำให้พวกเขาเข้าขั้นมืออาชีพเลยล่ะ แต่ทุกครั้งที่พวกเขาเดินผ่าน ห้างลิเบอร์ตี้ เอสเตลล่า ก็มักจะหยุดมองเสมอ

ห้างลิเบอร์ตี้ เป็นที่จัดจำหน่าย และออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น ที่โด่งดังเอสเตลล่าใฝ่ฝัน ที่จะได้ออกแบบเสื้อผ้าที่แห่งนั้น และในวันเกิดของเธอในปีนั้น jesper ก็ได้ให้ของขวัญวันเกิด ที่โดนใจเธออย่างมาก jesper ทำการปลอมแปลงเอกสาร และแอบส่งใบสมัครงานของเธอ ให้ห้างห้างลิเบอร์ตี้

โดยได้ทำการพร้อมประวัติ estella อย่างสวยหรู นั้นจึงทำให้ estella ได้เข้าทำงานที่ห้าง liberty แม้มันจะไม่ใช่ตำแหน่งที่เธอวาดฝันไว้ก็ตาม ทุกครั้งที่มีโอกาส estella พยายามเข้าหาผู้จัดการห้าง และบอกว่าเธอมีความสามารถในการออกแบบ เสื้อผ้าแฟชั่นมากแค่ไหน

แต่ผู้จัดการห้าง ก็ไม่เคยฟังคำพูดเธอเลยแม้แต่น้อย จนในวันที่เธอเหลืออดถึงขีดสุด ในคืนที่เธอต้องทำความสะอาดห้างจนดึกดื่น เธอระบายอารมณ์ โดยการแก้แบบชุด ที่ทางห้างจัดแสดงใหม่ ด้วยเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ จากชุดลูกไม้เห่ย ๆ จนกลายเป็นชุดแฟชั่น ที่สะดุดตา

เป็นเวลาเดียวกับที่ บารอนเนส Designer ผู้โด่งดังเดินทางมาถึงห้างลิเบอร์ตี้ และทันทีที่เธอเห็นชุดแฟชั่นที่ เอสเตลล่าออกแบบ เธอก็เดินตรงเข้าไปในห้างทันที และถามผู้จัดการว่า ใครเป็นคนออกแบบชุด ในตู้โชว์หน้าร้าน ผู้จัดการห้างไม่รอช้าที่จะกล่าวว่า เป็นฝีมือของเอสเตลล่า ที่ทำให้ชุดสวย ๆ ของทางห้างเละเทะอย่างที่เห็น และเขาลงโทษ โดยการไล่เธอออกแล้ว

เมื่อบารอนเนสได้ยินดังนั้น เธอก็เสนอให้เอสเตลล่า มาออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นให้เธอทันที  และก็ได้กล่าวชมเชย ในความโง่ของผู้จัดการห้าง ที่ไล่ ดีไซเนอร์ มือดีออกไป และด้วยเหตุนี้เอสเตลล่า จึงได้เข้าทำงานที่ เฮ้าส์บารอนเนส ในตำแหน่งดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น ภายใต้ชื่อแบรนด์ของบารอนเนส

อยู่มาวันหนึ่ง เอสเตลล่า ได้เจอจี้ที่แม่ของเธอได้ให้ไว้ ก่อนเข้าไปในคฤหาสน์ อยู่บนคอของบารอนเนส และจังหวะนั้นเอง ทำให้เธอรู้ว่า บารอนเนสนี้เอง ที่เป็นคนฆ่าแม่ของเธอ และเธอยังได้รู้อีกว่า เธอเองก็คือ ลูกของบารอนเนส

แต่พ่อของเธอได้ยกทุกอย่างให้เธอ บารอนเนสผู้เป็นแม่ จึงคิดจะฆ่าเธอ และแม่ที่เราเข้าใจมาตลอด ก็คือสาวใช้ของคฤหาสน์ด้วยความผูกพัน จากนั้นเอสเตลล่าก็พยายาม วางแผนทำการแก้แค้น บารอนเนสมาตลอด

จนโอกาสก็มาถึง วันจัดแสดงเสื้อผ้า ที่คฤหาสน์ของบารอนเนสก็มาถึง เอสเตลล่า ก็ได้วางแผนให้บารอนเนสออกมา ตรงที่แม่ของเธอ เคยถูกบารอนเนส ผลักตกหน้าผา และไถ่ถามความจริงกับบารอนเนส 

บารอนเนส เองก็ได้พูดความจริงออกมาว่า ! ใช่เขาเองนี้แหละ ที่เป็นคนฆ่าเอง และก็ผลักเอสเตลล่าตกหน้าผา เหมือนกับแม่ของเธอ โดยที่บารอนเนสนั้นไม่รู้เลยว่า ทุกอย่างที่เธอทำลงไป มีผู้คนภายในงาน และตำรวจยืนดูอยู่ข้างหลัง

สุดท้ายบารอนเนสถูกจับกุม แต่เอสเตลล่านั้นไม่เป็นอะไรครับ เพราะเธอได้ตัดเย็บชุดของเธอ  ให้กางเป็นร่มชูชีพได้ หลังจากเรื่องราวจบลง ครูเอลล่า และเอสเตลล่า ก็ได้ครอบครองสมบัติทุกอย่าง ตามที่มันควรจะเป็นของเธอ ตั้งแต่แรก